"ตัวเองดีนักเหรอ ที่ให้การเท็จต่อศาล"

"ตัวเองดีนักเหรอ ที่ให้การเท็จต่อศาล"

ชอบมาก ดูแล้ว ดูอีก
'ราโชมอน (Rashomon, 1950)' เป็นเรื่องที่สะท้อนด้านมืดของจิตใจมนุษย์ว่าด้วย 'การโกหก' ได้ดีที่สุด
แน่นอนว่าเวอร์ชั่นที่สะท้อนเบื้องลึกในใจของมนุษย์ได้ดีที่สุดคือเวอร์ชั่นต้นฉบับที่กำกับโดย 'อากิระ คุโรซาวา'
หนังสะท้อนการโกหก กลบเกลื่อน พูดไม่หมด เพื่อเอาตัวรอด โดยปกปิดความชั่ว สรรเสริญด้านดีของตัวเองผ่าน 2 เหตุการณ์ ดังนี้
1) ซามูไร ท่านหญิง และโจร
โจรพยายามแย่งชิงท่านหญิงจากซามูไร สุดท้ายซามูไรตาย ใครผิด ซามูไรตายได้อย่างไร?
โจร ท่านหญิง และร่างทรงวิญญาณซามูไร ต่างให้การต่อศาล ทั้งสามต่างให้การไปกันคนละทิศคนละทาง #ใครกันแน่ที่โกหก?
2) ชายตัดฟืน เล่าเหตุการณ์ 1) ให้แก่ชายนิรนาม และ นักบวชฟัง ขณะที่ทั้งสามต่างติดฝนอยู่ด้วยกันที่ประตูราโชมอน ชายตัดฟืนสารภาพว่าเขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ไม่กล้าพูดความจริง เพราะไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับคดี
ในตอนท้าย ทั้งสามพบทารกถูกทิ้งไว้ลำพัง ชายนิรนามพยายามฉวยผ้าไหมที่ห่อทารกไว้มาเป็นของตัวเอง ชายตัดฟืนต่อว่าชายนิรนามที่ลักขโมยของคนอื่น ชายนิรนามจึงย้อนกลับชายตัดฟืนว่า "ตัวเองดีนักเหรอ ที่ให้การเท็จต่อศาล"
...
...
...
จากการสนทนาของตัวละครทั้งสามที่ประตูราโชมอนสรุปได้ว่า...
1) ทุกคนต่างเห็นแก่ตัว ไม่ซื่อสัตย์ (พูดโกหก) แต่ก็ยังชี้หน้า ประณาม ก่นด่า บริภาษว่าคนอื่นเลว
2) ความดีไม่มีจริง ทุกคนต่างกุความดีขึ้นมา เพื่อปกปิดความไม่ดีที่ตัวเองสร้างขึ้น
3) ทุกคนล้วนโกหก ทุกคนสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเอง แปลกดีที่ทุกคนไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง
เป็นหนังคลาสสิคที่สร้างขึ้นเมื่อไร ก็ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ
ขอบคุณภาพจาก blockdit.com
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

2 ความเห็น

 
ICT
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่โคตรตอแหล

โกรธแล้ว

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1